ประวัติความเป็นมา

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในหมวดที่ 9 เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าและทันสมัย ในระยะก่อนเริ่มแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระยะที่ 8 มหาวิทยาลัยจึงได้เริ่มเตรียมความพร้อมที่จะจัดตั้งสำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาขึ้นอย่างจริงจัง โดยแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษาขึ้นชุดหนึ่ง มีรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการเป็นประธานกรรมการ ต่อมาได้มีมติให้จัดทำโครงการจัดตั้งสำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา และสภามหาวิทยาลัยมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 มหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงอาคารเรียนรวม ตึก 14 พื้นที่ประมาณ 1,100 ตร.ม. และได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการปรับปรุงสถานที่ส่วนสำนักงานโครงการ ห้องประชุม ห้องควบคุมการผลิตรายการ ห้องสตูดิโอ ห้องตัดต่อ ห้องบริการสื่อโสตทัศน์ และห้องผลิตสื่อภาพนิ่ง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 มหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติให้ดำเนินการโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการศึกษา (IT Campus) ในวงเงิน 129 ล้านบาท จึงได้มอบหมายให้สำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา รับผิดชอบโครงการจัดการสอนทางไกลแบบสองทางระบบมัลติมีเดีย ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยี 3 เทคโนโลยี คือ เทคโนโลยีการศึกษา เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีโทรคมนาคม ซึ่งจะทำให้การจัดการศึกษาในระบบนี้ได้ผลดีไม่น้อยกว่าการเรียนการสอนในชั้นเรียนตามปกติ อีกทั้ง ยังสอนนิสิตได้ปริมาณมากกว่าเดิม ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน มหาวิทยาลัยจึงได้ดำเนินการแบ่งส่วนงานให้สำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเป็นส่วนงานในกำกับของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2543 สำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษาจึงถูกบริหารงานภายใต้ระเบียบมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ว่าด้วย ส่วนงานในกำกับมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา และในปี พ.ศ. 2550 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้มีนโยบาย ให้สำนักสื่อฯ เป็นหน่วยงานสนับสนุนการเรียนการสอน สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ตามแผนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย สร้างฐานข้อมูลเชิงวิชาการและเชิงประวัติศาสตร์ เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานให้แก่นิสิตคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เช่น สำนักคอมพิวเตอร์ และสำนักหอสมุดกลาง เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับมหาวิทยาลัย รวมทั้ง เป็นหน่วยงานที่หารายได้ในลักษณะการให้บริการวิชาการแก่สังคม ทำให้ปัจจุบันสำนักสื่อฯ ต้องมีการปรับโครงสร้างการแบ่งส่วนงานภายใน ปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการ เพื่อให้สอดคล้องกับภาระงานและพันธกิจที่ได้รับมอบหมายออกเป็น 4 ฝ่าย (ได้รับอนุมัติตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ในการประชุม ครั้งที่ 12/2555 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555) ได้แก่ สำนักงานผู้อำนวยการ ฝ่ายการสอนทางไกลและบริการโสตทัศนูปกรณ์ ฝ่ายผลิตสื่อการเรียนรู้ ฝ่ายวิชาการและวิจัย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จึงได้มีการประกาศการจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประกาศมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฉบับที่ 4/2559 เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฉบับลงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559) เป็นส่วนงานตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559 โดยสำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา เป็นส่วนงานที่เรียกชื่อว่า “สํานัก” มีภาระหน้าที่ให้บริการหรือสนับสนุนด้านการบริหารจัดการด้านใดด้านหนึ่งเป็นหลักและภาระหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัย สภาวิชาการ และอธิการบดีมอบหมาย นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ประกาศการแบ่งหน่วยงานของสำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา (ประกาศมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฉบันที่ 10/2559 เรื่อง การแบ่งหน่วยงานของส่วนงาน พ.ศ. 2559 ฉบับลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559) ออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ สำนักงานผู้อำนวยการ ฝ่ายผลิตและบริการสื่อการเรียนรู้ และฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา  

 

 

 

 

โครงสร้างองค์กร (Organizational Structure)

โครงสร้างองค์กร (Organizational Structure) สำนักสื่อฯ มีโครงสร้างและระบบกำกับดูแล โดยมีผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ ผู้อำนวยการสำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษากำกับดูแลบุคลากรรวมทั้งหน่วยงานทั้งหมดที่ตั้งขึ้นภายใต้การดำเนินงานของสำนักสื่อฯ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประจำสำนักสื่อฯ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาในการดำเนินงานของสำนักสื่อฯ ทั้งนี้ สำนักสื่อฯ มีการแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย การบริหารจัดการมีการมอบหมายหน้าที่ตามลำดับสายงานแก่ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการสำนักงานผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย และบุคลากรอื่นๆ ตามลำดับ โดยรองผู้อำนวยการจะปฏิบัติงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการสำนักสื่อฯ และรองผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสำนักสื่อฯ โดยมีหัวหน้าฝ่ายช่วยกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้ใต้บังคับบัญชาในงานนั้นๆ ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ระบบการกำกับดูแลการบริหารจัดการของสำนักสื่อฯ ผู้เกี่ยวข้องจะรายงานต่อหัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการสำนักงานผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสำนักสื่อฯ ตามลำดับ